สถานีรถไฟบันไดม้า…ชานชราไม้

สถานีรถไฟบันไดม้า…ชานชราไม้ นอกจากชื่อสถานีจะน่ารักน่าสนใจชวนให้สงสัยถึงที่มาแล้ว พอเดินเข้าไปในตัวอาคารก็พบว่าผู้คนในนี้ก็น่ารักน่าสนใจไม่แพ้กัน

นอกจากชื่อสถานีจะน่ารักน่าสนใจชวนให้สงสัยถึงที่มาแล้ว พอเดินเข้าไปในตัวอาคารก็พบว่าผู้คนในนี้ก็น่ารักน่าสนใจไม่แพ้กัน

คนที่มายืนหน้าประตูแล้วกวักมือเรียกให้เราเข้ามาข้างในตัวอาคารไม้ (ที่ถ้าเอานักเรียนตัวน้อยๆ มายืนหน้าเสาธงเราก็เชื่อเลยว่านี่คือโรงเรียนน่ารักที่เด็กๆ

จะได้เรียนเรื่องราวของมานะ มานี ปิติ ชูใจในบทเรียนแน่ๆ) คือนายสถานี คุณลุงธนาวุฒิ ศรีโชติ คุณลุงเล่าว่าที่นี่มีคนคุมประจำสถานีเป็นคู่ๆ

(ทำงานคู่ละ 12 ชั่วโมง) มีตัวคุณลุงกับคนคุมประแจอย่าง คุณลุงชูชาติ เผินสูงเนิน ที่ยืนยิ้มอยู่หน้าเครื่องควบคุมการเดินรถสีเขียวอ่อนด้านใน “บ้าน” (เรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เพราะคุณลุงทั้งสองเล่นเชิญให้เรามาเดินเล่นในที่ทำงานของเขาเสียทั่วเลย)

เรื่องราวของสถานีรถไฟบันไดม้านั้นยาวนานมากว่า 112 ปีแล้ว เริ่มต้นเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรมเพื่อทรงงานสร้างทางรถไฟ

(ในตอนนั้นทรงให้สร้างทางรถไฟสายแรกในประเทศโดยเริ่มตั้งแต่กรุงเทพฯ ยาวมาถึงจังหวัดอยุธยาแล้ว และกำลังจะสร้างต่อมาที่นครราชสีมา)

“แต่ก่อนพื้นที่ตรงนี้เรียกว่าดงพญาไฟ การเดินทางผ่านที่นี่ค่อนข้างโหดนะ มีไข้ป่าระบาดเยอะมาก พระองค์จึงเสด็จมาทรงงานที่นี่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเปิดทางให้ทางรถไฟทำงานไปต่อได้” คุณลุงชูชาติเล่าพร้อมบอกว่า จากนั้นไม่นานทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ก็เดินทางมาถึงนครราชสีมาสำเร็จจนได้

ด้านในห้องส่วนตัวของนายสถานีกับด้านนอกตัวอาคารก็ยังคุมโทนทาสีผนังไม้เป็นโทนเดียวกัน


ส่วนทำไมต้อง “บันไดม้า” น่ะเหรอ ที่ใช้ชื่อนี้ก็เพราะเมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินประทับรถไฟมาถึงบริเวณนี้ซึ่งมีสภาพเป็นป่า ทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้มีการจัดขบวนม้าเป็นพระราชพาหนะสำหรับเสด็จพระราชดำเนิน ซึ่งตามธรรมเนียมต้องมีบันไดเพื่อให้พระองค์เสด็จประทับบนหลังม้า และนั่นก็คือที่มาของชื่อสถานีตั้งแต่นั้นมา…แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีม้าแถวนี้แล้วก็ตาม